วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ส่งบทความ


โลกอาจเคยมีดวงจันทร์สามดวง
นับแต่ครั้งบรรพกาล เรารู้จักดวงจันทร์ว่าเป็นบริวารเพียงหนึ่งเดียวของโลก แต่การศึกษาของนักดาราศาสตร์กลุ่มหนึ่งบอกว่า ในอดีต โลกอาจเคยมีบริวารถึงสามดวง

นอกจากดวงจันทร์ดวงกลมที่เรารู้จักกันดีแล้ว ยังมีบริวารดวงเล็กขนาดประมาณดาวเคราะห์น้อย 100 กิโลเมตรอีกสองดวง บริวารทั้งสามใช้วงโคจรรอบโลกร่วมกัน เคลื่อนที่ตามกันไป ดวงเล็กนำหน้าดวงจันทร์ดวงหนึ่ง ตามหลังดวงจันทร์อีกดวงหนึ่ง ทิ้งระยะห่างกัน 60 องศาพอดี เมื่อมองจากโลก ดวงจันทร์น้อยทั้งสองดวงนี้จะดูเหมือนดาวฤกษ์ที่สว่างมาก

จากการศึกษาโดยการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์พบว่าดวงจันทร์น้อยสองดวงนี้อาจคงอยู่ได้นับร้อยล้านปีโดยอยู่ในเขตเสถียรในวงโคจรรอบโลกที่เรียกว่าจุดลากรานจ์ (Lagrangian points) ณ จุดนี้แรงดึงดูดโน้มถ่วงระหว่างดวงจันทร์กับโลกหักล้างกันจึงเกิดจุดสมดุลขึ้นพอให้วัตถุได้อาศัยอยู่โดยมีวงโคจรที่เสถียร

รูปตำแหน่งการโคจรแบบนี้มีตัวอย่างให้เห็นจริงอยู่แล้วที่ดาวพฤหัสบดี นักดาราศาสตร์พบดาวเคราะห์น้อยจำนวนหนึ่งใช้วงโคจรร่วมกับดาวพฤหัสบดี โดยมีกลุ่มหนึ่งอยู่นำหน้า 60 องศา และอีกกลุ่มหนึ่งตามหลัง 60 องศา ดาวเคราะห์น้อยกลุ่มนี้เรียกว่าดาวเคราะห์น้อยทรอย (Trojan asteroid)

ตามทฤษฎีกำเนิดดวงจันทร์ที่ยอมรับกันในปัจจุบัน กล่าวว่า ดวงจันทร์เกิดขึ้นเมื่อโลกถูกวัตถุขนาดเท่าดาวอังคารพุ่งชนเมื่อราว 4.4 พันล้านปีมาแล้ว

นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ แจ็ก ลิสเซาเออร์ จากสถาบันวิจัยเอมส์ของนาซาในเมาเทนวิว แคลิฟอร์เนีย กับจอห์น แชมเบอรส์ จากสถาบันคาร์เนกีในวอชิงตัน เชื่อว่า ผลจากการชนนั้นไม่ได้ให้แค่ดวงจันทร์ดวงใหญ่ดวงเดียว แต่ยังมีดวงเล็กเกิดขึ้นมาเป็นดวงจันทร์ทรอยด้วย

ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เคยคาดว่า วัตถุขนาดเล็กที่หลงเหลือจากการชนจะถูกแรงโน้มถ่วงของระบบโลก-ดวงจันทร์เหวี่ยงออกไปหมด หรือไม่เช่นนั้นก็อาจถูกโลกหรือดวงจันทร์ดูดไปเป็นส่วนหนึ่งของตนเอง

"วัตถุเหล่านั้นหากเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ก็จะคงอยู่ได้แค่ไม่กี่ล้านปี" ลิสเซาเออร์กล่าว "แต่ในอดีต ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากกว่าในปัจจุบันนี้มาก จุดลากรานจ์จึงเสถียรกว่ามาก ดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ในตำแหน่งนี้ก็จะคงอยู่ในวงโคจรได้นานกว่าด้วยเช่นกัน"

นักดาราศาสตร์คาดว่าดวงจันทร์ทรอยดวงน้อยอาจอยู่ได้นานถึงหนึ่งพันล้านปี หลังจากนั้นเมื่อดวงจันทร์ถอยห่างจากโลกมากขึ้น จุดลากรานจ์ก็ค่อยสูญเสียเสถียรภาพไปทีละน้อย

มาติยา คุก ผู้เชี่ยวชาญกลศาสตร์ท้องฟ้าจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียในแวนคูเวอร์ แคนาดา กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้อาจช่วยตอบคำถามคาใจนักดาราศาสตร์ได้ข้อหนึ่ง

นักวิทยาศาสตร์ดวงจันทร์ได้ศึกษาอายุของหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์และพบว่าดวงจันทร์เคยผ่านช่วงของการกระหน่ำยิงของอุกกาบาตสองครั้ง ครั้งแรกในยุคเริ่มต้นก่อร่างสร้างตัว และอีกครั้งหนึ่งหลังจากยุคแรกหลายร้อยล้านปี แต่อย่างไรก็ตามยังอธิบายไม่ได้ว่า กองทัพอุกกาบาตในยุคหลังนี้มาจากไหน

เป็นไปได้ไหมว่าดวงจันทร์ดวงน้อยทั้งสองคือแหล่งกำเนิดอุกกาบาตชุดนั้น?

"เราหวังจะให้เป็นเช่นนั้น" คุกกล่าว แต่จากการคำนวณพบว่า ดวงจันทร์น้อยสองดวงนี้ต้องมีขนาดราว 500 กิโลเมตร จึงจะใหญ่พอที่จะแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้

ดังนั้น หากดวงจันทร์น้อยไม่ได้ชนโลกหรือดวงจันทร์หรือเหไปหาดวงอาทิตย์จนไหม้เป็นจุณ ก็คงถูกเหวี่ยงออกไปนอกระบบสุริยะทั้งสองดวง และก็น่าจะเชื่อได้ว่าปัจจุบันนี้ก็ยังคงลอยละล่องอยู่ที่ไหนสักแห่ง

=================================================

ไม่มีความคิดเห็น: